บทที่ 16 ข้าไม่อนุญาต

by อี้อี้ 17:29,Mar 13,2022
หลังจากที่เขารู้ว่าตนเองโดนซูหนิงซานหลอกมาโดยตลอด ไป๋หลี่เหิงก็ได้เดินออกไปด้วยความโกรธ

ทันทีที่เดินออกมาถึงยังลานเรือนของซูหนิงซานนั้น ก็ได้เห็นซูหนิงซีที่มีหลิ่วเอ๋อร์ติดตามมา ในมือถือตะเกียงและกำลังเดินมุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้

ภายใต้แสงไฟอันสลัว เห็นร่างของซูหนิงซีค่อยๆเดินไกลออกไป ไป๋หลี่เหิงไม่รู้ว่าทำไมถึงมองอย่างลุ่มหลง และอดที่จะเดินตามไปไม่ได้ ”ซูหนิงซี ข้ามีบางคำอยากจะพูดกับเจ้า”

‘การที่เจ้าไม่ได้รับสิ่งๆนั้นมันดีที่สุดแล้ว’

แต่ก่อนตอนที่เขาและซูหนิงซีเป็นคู่หมายกันนั้น ประการแรกเป็นเพราะไป๋หลี่เหิงไม่ได้มีความรู้สึกต่อนาง และไป๋หลีเหิงเองก็ไม่ต้องการที่จะเอาชีวิตไปผูกมัดกับผู้หญิงที่เขาไม่รู้จัก เลยทำให้เขาได้กล่าวปฏิเสธซูหนิงซีไป

ประการที่สอง เป็นเพราะซูหนิงซานคอยยุยง ทำให้ไป๋หลี่เหิงเข้าใจซูหนิงซีผิดเป็นอย่างมาก

ไป๋หลี่เหิงจึงมองซูหนิงซีด้วยความรู้สึกรังเกียจมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องการที่จะยกเลิกการหมั้น

แต่มาบัดนี้ เขานึกถึงชายผู้ที่มีดวงตาชั้นยอดอย่างเสด็จอาเจ็ดของเขา ถึงแม้ว่าตัวของซูหนิงซีนั้นไม่ได้ดูมีคุณสมบัติล้ำค่าแต่อย่างใด แต่เหตุใดไป๋หลี่จิ่นถึงได้รักนางมานานหลายปี

หลังจากที่ยกเลิกการหมั้น ไป๋หลี่เหิงกลับเกิดความรู้สึกแปลกๆต่อซูหนิงซีขึ้นมาทันที

ก่อนหน้านี้ซูหนิงซีได้ยินมาว่ามีฝูงหิ่งห้อยเกิดปรากฏอยู่ในสวนดอกไม้ นางจำได้ว่าตอนที่นางอาศัยอยู่ที่ค่ายทัพ ยามกลางคืนนางมักจะเห็นฝูงหิ่งห้อยในค่ายฝึกอยู่เป็นประจำ ซูหนิงซีนึกถึงความทรงจำครั้งก่อน นางพร้อมด้วยหลิ่วเอ๋อร์จึงถือตะเกียงออกมาดูด้วยกัน

โดยไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเจอไป๋หลี่เหิง

เมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกของไป๋หลี่เหิง ซูหนิงซีก็ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว “ศัตรูบนเส้นทางแคบ【1】”

ดังนั้นนางจึงรีบเร่งฝีเท้าเดินไปข้างหน้า โดยไม่สนเสียงตะโกนเรียกของไป๋หลี่เหิง

เมื่อเขาเห็นว่าซูหนิงซีไม่สนใจ ไป๋หลี่เหิงร้อนใจมากและรีบเร่งฝีเท้าเดินตามไป เขาหยุดหอบอยู่ตรงหน้าซูหนิงซี “เจ้าตั้งใจเมินเฉยต่อข้าหรือ””

เมื่อเห็นไป๋หลี่เหิงยืนขวางอยู่ตรงหน้า ซูหนิงซีคิดอยากจะเตะเขาออกไปให้ไกลๆ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงองค์รัชทายาทและจะเป็นจักรพรรดิในอนาคต ซูหนิงซีจึงข่มอารมณ์ไว้ และตอบด้วยท่าทีที่ไม่สนใจเพียงประโยคเดียว “องค์รัชทายาททรงรู้ตัวเองดีจริงๆเพคะ”

“เจ้า...”

นึกไม่ถึงว่าซูหนิงซีจะตรงไปตรงมาเช่นนี้ หลังจากที่ไป๋หลี่เหิงแปลกใจไปครู่หนึ่ง ก็กล่าวคำแปลกๆออกมา “ดึกขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงยังไม่นอนเจ้าจะไปทำอะไรหรือ”

“องค์รัชทายาทเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบจริงๆ ท่านคิดว่าท่านอยู่ที่ต้นแม่น้ำแยงซีเกียงหรือเพคะ”

เมื่อได้ยินว่าไป๋หลี่เหิงดูเหมือนจะเป็นห่วงนาง ซูหนิงซีเหมือนรู้สึกว่าดวงอาทิตย์กำลังขึ้นทางทิศตะวันตก และนางก็อดไม่ได้ที่จะพูดประชดประชัน “ทำไมหรือเพคะ หรือว่าที่ท่านยืนขวางข้า ไม่ใช่ว่าท่านคงอยากจะคิดบัญชีกับข้าหรอกน่ะ”

เกี่ยวกับเรื่องการถอนหมั้น ไป๋หลีเหิงมีความโกรธแค้นต่อนางมานานแล้ว เรื่องนี้นางเองก็รู้แก่ใจของนางดี

ทว่าเป็นแต่ก่อน หากไป๋หลี่เหิงได้ยินคำพูดเช่นนี้ เขาคงโกรธอีกเป็นแน่

แต่ในคืนนี้ กลับพบว่าเขาไม่ได้โกรธ และคำพูดเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกอับอายอย่างแปลกประหลาด

“ในใจเจ้าคงคิดว่า ข้าไม่มีความอดทนขนาดนั้นเลยหรือ”

ไป๋หลี่เหิงถามพลางขมวดคิ้ว

ในค่ำคืนที่มืดมิด ตะเกียงใต้ชายคาที่อยู่ไม่ไกลนักส่องแสงสลัว

ไป๋หลี่เหิงจ้องมองดวงตาของซูหนิงซี ทำให้ใจเขาเกิดความเจ็บปวดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ

“ตัวท่านเองยังไม่รู้ว่าตัวท่านเป็นคนอย่างไร แล้วยังจะให้ผู้อื่นมาบอกอีกหรือเพคะ”

ซูหนิงซียิ้มเยาะ และไม่อยากรับรู้ถึงความแปลกประหลาดของไป๋หลี่เหิงในคืนนี้

ในสายตาของนาง คนทั้งสองไม่ใช่คนที่จะเดินทางสายเดียวกัน

เนื่องจากไป๋หลี่เหิงอยู่ข้างเดียวกันกับซูหนิงซานมาโดยตลอด นางจะไม่ยอมแพ้และไม่ยอมทิ้งศักดิ๊ศรีของนาง และซูหนิงซีนางก็ไม่ใช่แม่พระขนาดนั้น ดังนั้นจะไม่ยอมก้มหัวให้เป็นแน่

“ดึกมากแล้ว ไม่รบกวนองค์รัชทายาทแล้ว ทูลลานะเพคะ”

พูดเสร็จ ซูหนิงซีก็ถอนหายเบาๆเพื่อระงับอารมณ์ แล้วเดินอ้อมตัวไป๋หลี่เหิงไป และเดินมุ่งหน้าต่อไปยังสวนดอกไม้

สายตาเขามองหลังของซูหนิงซีจนค่อยๆหายไปในความมืด หัวใจของไป๋หลีเหิงรู้สึกสับสนปะปนกันไปหมด

เมื่อได้ยินว่าไป๋หลี่เหิงมาเพื่อเยี่ยมนาง ซูหนิงซานดีใจมาก นางรีบเดินออกมาแต่กลับพบว่าไป๋หลี่เหิงกำลังยืนคุยอะไรบางอย่างอยู่กับซูหนิงซี ทันใดนั้นซูหนิงซานรู้สึกเหมือนแมวหวงปลาทูและมันก็เป็นอย่างนั้น มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดี

เมื่อนางเห็นไป๋หลี่เหิงเดินจากไปอย่างเหงาหงอย ซูหนิงซานคว้าขอบประตู และขีดข่วนขอบประตูด้วยเล็บยาวๆของนาง

"นางหญิงชั่ว ในเมื่อชอบพอกับเซ่อเจิ้งอ๋องแล้ว เหตุใดจึงจะมาแย่งท่านพี่เหิงไปจากข้าอีก"

ซูหนิงซานกัดฟันแน่น ใบหน้าแดงและดุร้าย

.............

ซูหนิงซีไม่ได้ออกจากจวนสกุลซูติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันแล้ว

วันนี้ หยางจิ้งเอินจึงวานคนให้ไปยังจวนสกุลซูเพื่อบอกนาง และให้เชิญซูหนิงซีไปที่หอสือเสิน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะปรึกษา

ซูหนิงซีจึงรับปากไปในทันที

เมื่อไม่นานมานี้หยางจิ้งเอินได้ไปสำรวจแคว้นใกล้เคียง และบอกว่าต้องการเลือกสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อเปิดสาขาหอสือเสิน เพราะเขากลัวจึงขอให้นางมาเพื่อที่จะปรึกษาหารือกันอีกครั้ง

เวลานี้ทั้งคนที่ขึ้นไปหาเจ้าของร้านด้านบนหอสือเสิน และคนที่ลงมาข้างล่างที่ห้องโถง ทุกคนต่างรู้จักซูหนิงซี และรู้ว่านางกับเจ้าของร้านเป็นสหายที่ดีต่อกัน

ดังนั้น เมื่อเห็นซูหนิงซีจากระยะไกล จึงสั่งให้คนไปเตรียมอาหารและของหวานที่นางโปรดปรานไว้ให้

เมื่อมาถึงหอสือเสิน ซูหนิงซีมีความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

เนื่องด้วย “บทเรียน” จากครั้งที่แล้ว ในครั้งนี้ซูหนิงซีกับหยางจิ้งเอินจึงไม่กล้าที่จะโอบกอดกัน และนี่จะทำให้ไป๋หลีจิ่นผู้ดูแลอยู่เบื้องหลัง รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

“ไปดูงานครานี้ผลเป็นอย่างไรบ้าง เหมาะที่จะเปิดสาขาใหม่หรือไม่”

เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาที่ดูเหมือนคนที่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทางของหยางจิ้งเอิน ซูหนิงซีจึงถามด้วยความเป็นห่วง “ข้าเห็นว่าเจ้าเพิ่งจะกลับมาน้ำก็คงยังไม่ได้อาบ เหนื่อยมากเลยใช่หรือไม่”

“หลังจากที่นั่งเรือมานานกว่าครึ่งเดือน ก็ยังต้องมานั่งรถม้าที่สั่นสะเทือนตลอดทางที่กลับมาอีก เจ้าอยากไปลองหรือไม่”

หยางจิ้งเอินกรอกตาด้วยอารมณ์ที่เบื่อหน่าย และยกน้ำชาที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาดื่ม จากนั้นจึงเช็ดปากแล้วพูดต่อ “นิสัยการกินของคนที่นั่นแตกต่างกับในเป่ยจุนมาก ข้ารู้สึกว่าถ้าเปิดสาขาจะไม่ค่อยราบรื่น หากเปิดแล้วมีแต่จะขาดทุนไม่ทำกำไร”

หยางจิ้งเอินพูดด้วยท่าทางจริงจัง

“ว่าแต่ เรื่องที่ข้าชวนร่วมถือหุ้นหอสือเสินเจ้าพิจารณาว่าอย่างไรบ้าง”

“เจ้าคิดว่าจะให้ข้าร่วมถือหุ้นหอสือเสินโดยไม่ได้ลงทุนเลยอย่างนั้นจริงๆหรือ”

ซูหนิงซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

นางยังคิดว่า ที่พูดกันคราวก่อนนั้น เป็นคำที่หยางจิ้งเอินพูดโดยขาดสติจากการดื่มเหล้า

“จริงแท้แน่นอน ข้ายังไม่ได้บอกเจ้าเหรอ ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้ลงทุน ทุกเดือนเจ้าก็จะมีเงินปันผลให้ เจ้าสามสิบข้าเจ็ดสิบ เจ้าคิดเห็นเป็นอย่างไรบ้าง”

หยางจิ้งเอินกวาดสายตามอง “ข้าดูเป็นคนที่ไม่พูดคำไหนคำนั้นหรือ”

แม้คิดว่านางได้สามสิบหยางจิ้งเอินได้เจ็ดสิบ แต่นางก็ได้รับแต่กำไรไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน

อีกทั้ง ยังไม่ต้องลงทุนอีกด้วย

ซูหนิงซีรู้สึกเหมือนได้รับลาภลอยและถูกครอบงำในทันที และเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธของไป๋หลีจิ่นก็ดังเข้ามาในหูนาง "ข้าเคยบอกแล้ว ข้าไม่อนุญาต"

บ่าวผู้นี้ทำไมยังมาอีก

แย่แล้ว เสียงที่ได้ยินนี้เป็นน้ำเสียงที่หึงเป็นอย่างมาก

ซูหนิงซีรู้สึกอยากจะร้องไห้ นางค่อยๆลุกยืนขึ้น “เจ้าฟังข้าอธิบายก่อน...”


[1] ศัตรูบนเส้นทางแคบ คือ พบเจอแต่คนประเภทที่ไม่อยากเจอ

Unduh App untuk lanjut membaca

Daftar Isi

1