บทที่9 ความรู้สึกของการมีคนหนุนหลังนั้น ช่างสุดยอดจริงๆ
by อี้อี้
13:26,Mar 13,2022
คิดไม่ถึงว่าไป๋หลี่จิ่นจะทำการตรวจสอบจริงๆ
“ท่านอ๋องโปรดตรวจสอบ ข้าน้อยถูกใส่ความเจ้าค่ะ !”
ขณะนี้ นางเฉียวไม่กล้ายอมรับความผิด ได้แต่บอกว่าตนถูกใส่ความ
“ถูกใส่ความ?”
ไป๋หลี่จิ่นเงยหน้าขึ้น มองดูเฮยเย่าโยนเยว่หงลงนั้งข้างๆนางเฉียวด้วยท่าทีสั่นกลัว
“แต่สาวใช้ของท่านยอมสารภาพมาหมดเปลือก แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กน้อยที่ท่านสั่ง นางก็ไม่มีปิดบังแม้แต่น้อย”
เฮยเย่าเอ่ยด้วยท่าทีแดกดัน
หน้าของนางเฉียวขาวซีด ซูหงเหว่ยเกิดความกังวล จึงช่วยร้องขอความเมตตาให้นางอีกครั้ง“ท่านอ๋อง ฮูหยินช่างโง่เขลา ทำผิดครั้งใหญ่ ขอท่านอ๋อง……”
“ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าจะลงโทษนางอย่างไร เจ้าจะรีบร้อนไปใย”
ไป๋หลี่จิ่นเหลือบมองซูหงเหว่ย “ยามหนิงซีถูกใส่ร้ายป้ายสี เหตุใดข้าไม่เห็นท่านจะปกป้องนางเยี่ยงนี้”
คำพูดของเขาแสดงออกชัดเจนเป็นอย่างยิ่งว่าต้องการปกป้องและเรียกร้องความยุติธรรมแก่ซูหนิงซี ไป๋หลี่เหิงผู้ที่สมองช้าในที่สุดก็กระจ่าง ดูแล้วเสด็จอาเจ็ดของเขาต้องมีใจให้แก่ซูหนิงซีเป็นแน่
แล้วสรุปนี่มันเรื่องอันใดกัน?
อย่างไรซูหนิงซีก็เป็นคู่หมั้นคู่หมายของเขา ถึงแม้ยามนี้จะยกเลิกเลิกการหมั้นหมายไปแล้ว……แต่ไป๋หลี่จิ่นก็ควรหลีกเลี่ยงมิใช่หรือ?
ในฐานะคู่หมั้นของหลานชาย ถูกกลั่นแกล้งมิได้หรือ?
เรียกหนิงซี ช่างเอ็นดูกันเสียเหลือเกิน
ซูหงเหว่ยหุบปากด้วยความละอายใจ หลังจากนั้นจึงฟังไป๋หลี่จิ่นกล่าวต่อไป“ข่าวลือถูกปล่อยออกมาจากจวนของท่าน ข้าและหนิงซีถูกทำให้แปดเปื้อน ท่านควรรับผิดชอบถึงจะถูกต้องมิใช่หรือ ฮูหยินซู?”
นางเฉียวไม่กล้าแย้งต่อ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงผงกหัวรับ
เมื่อเขาเอ่ยแล้ว นางกล้าที่จะไม่เห็นด้วยอย่างนั้นหรือ?
“ข้าเคยบอกแล้วว่า ข่าวลือที่หลุดออกมานี้ ข้าและซูหนิงซีล้วนเป็นไปตามที่ข่าวลือว่าไว้
ไป๋หลี่จิ่นเอ่ยอย่างช้าๆ
ภายนอกท่าทีดูสงบนิ่ง แต่จริงๆแล้วภายในใจมิได้สงบเช่นนั้น เขาเกรงว่าซูหนิงซีจะปฏิเสธในสิ่งที่เขาพูด หากเป็นเช่นนั้นย่อมเป็นที่น่าอับอายยิ่งนัก
โชคดีที่ซูหนิงซีเพียงเลิกคิ้วขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามนางไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด ไป๋หลี่จิ่นแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกและกล่าวต่อไป “ผู้อื่นอาจจะไม่รู้ว่าผู้ใกล้ชิดหนิงซีผู้นั้นคือข้า เพียงคิดว่าหนิงซีแอบพบชายชู้เท่านั้น ย่อมทำให้ชื่อเสียงของหนิงซีแปดเปื้อน”
“ดังนั้นจึงรบกวนขอให้ฮูหยินซู ชี้แจงเพื่อหนิงซีด้วย”
รบกวนสองพยางค์นี้ถึงกับทำให้นางเฉียวหน้าแดง“ข้า ข้าไม่เข้าใจความหมายของท่านอ๋องเจ้าค่ะ”
ซูหนิงซานเลิกคิ้วขึ้นโดยไม่รู้ตัว นางกลับรู้สึกว่าเหตุใดจึงคล้ายมีอะไรแอบแฝงอยู่ในคำพูดของไป๋หลี่จิ่น
ดูเหมือนไป๋หลี่จิ่นจะไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด แต่เพราะอารมณ์ที่ยากจะคาดเดาของเขา จึงทำให้ผู้คนล้วนแต่หวาดกลัว
เฮยเย่าขยิบตาพลางกล่าวว่า“ความหมายของท่านอ๋องคือ ให้ฮูหยินซูออกมาอธิบายข่าวลือที่ว่า ชายชู้ของคุณหนูใหญ่ตระกูลซู แท้ที่จริงแล้วคือท่านอ๋องของข้าอย่างไงล่ะ”
ไม่ต้องพูดอันใดมาก วิธีการเช่นนี้ดีที่สุด
เดิมทีนางเฉียวต้องการที่จะทำลายชื่อเสียงของซูหนิงซีอย่างเต็มที่ วันนี้ถึงกับเชิญไป๋หลี่เหิงและซูหงเหว่ยมาเพื่อจับคนทรยศ กลับไม่สามารถทำลายซูหนิงซีด้วยมือของนางได้
และด้วยวิธีการเช่นนี้ แน่นอนว่าสำหรับซูหนิงซีนั้นแอบลำบากอยู่บ้างที่จะยอมรับ
ถึงอย่างไร แม้นางพึ่งยกเลิกการสมรสกับไป๋หลี่เหิง และคนนอกยังคงพูดถึงเรื่องของนาง นางมิใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว เดิมก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของนางและไป๋หลี่จิ่นค่อนข้างซับซ้อน แต่ก็ใช่ว่าอยู่ดีๆจะรับถึงการมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันรวดเร็วเช่นนี้ได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
นางไม่รู้ว่า จริงๆแล้วไป๋หลี่จิ่นกำลังคิดอันใดอยู่ ทำเช่นนี้ด้วยมีความจริงใจต่อนาง หรือเพียงเพราะต้องการจัดการกับนางเฉียวและไป๋หลี่เหิงเท่านั้น?
หากให้นางเฉียวลุกขึ้นมาเพื่อชี้แจงถึงความสัมพันธ์ของไป๋หลี่จิ่นและซูหนิงซี นั่นยิ่งทำให้นางเหมือนถูกมีดทิ่มแทง ยิ่งทำให้รู้สึกแย่
“นี่มัน……”
นางเฉียวขมวดคิ้วด้วยความลำบากใจ ไม่ต่างจากกินแมลงวันเข้าไปตัวหนึ่ง[1] นางอยากเอ่ยบางอย่างแต่ไม่กล้า ได้แต่กลืนกินความไม่เต็มใจนี้ หน้าตาบึ้งตึงจ้องมองดูซูหนิงซีมีความสุข
“เฉียวอี๋เหนียงดูจะไม่ค่อยเต็มใจนะเจ้าคะ”
ซูหนิงซีถอนหายใจ “อัย หลังจากท่านแม่จากไป ท่านพ่อก็ไม่ได้สนใจอันใด อี๋เหนียงก็ไม่เอ็นดู ข้าก็ไม่ต่างอะไรกับดอกหวงฮวาไฉ่[2]"
ทันทีที่พูดจบ ไป๋หลี่จิ่นขมวดคิ้วหางตามองไปยังซูหงเหว่ยด้วยความไม่พอใจ และเหลือบไปมองนางด้วยสายตาสงสารจับใจ
ในใจของซูหนิงซีอึดอัดเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องราวระหว่างนางและไป๋หลี่จิ่นก่อนหน้านี้ สายตาพลันเศร้าลงในทันที
ไป๋หลี่จิ่นต้องการที่จะปกป้องนาง
วันนี้นางไม่เหลือผู้ใดแล้ว ถึงแม้ท่านพ่อจะยังอยู่ แต่กลับไม่ทำให้นางรู้สึกถึงความรักแต่อย่างใด
ในเมื่อมีผู้ที่ปกป้องนางอย่างจริงใจ นางจึงไม่คิดที่จะเข้าไปทำให้เสียเรื่อง ได้แต่มีความสุขอยู่ภายใต้ร่มเงานี้
ความรู้สึกของการมีคนหนุนหลังนั้น ช่างสุดยอดมากจริงๆ
ซูหงเหว่ยรู้สึกไม่พอใจไป๋หลี่จิ่นอย่างชัดเจน ทันใดนั้นเขาเงยหัวขึ้น ต่อว่าซูหนิงซี “หนิงซี เจ้ากำลังเอ่ยอันใดอยู่?!”
“แม่ทัพซู”
ไป๋หลี่จิ่นน้ำเสียงเย็นชา “ข้าเอ่ยเมื่อครู่ ท่านน่าจะเข้าใจแล้ว”
“เรื่องในจวนของท่านข้าจะไม่ยุ่ง แต่ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงข้า แน่นอนว่าข้าต้องยุ่งให้ถึงที่สุด!”
“ชายชู้” ไป๋หลี่จิ่นไม่ชอบใจคำนี้เป็นที่สุด
สุดท้าย ภายใต้แรงกดดันของไป๋หลี่จิ่น นางเฉียวเรียกบ่าวในเรือนทั้งหมดออกมา เพื่ออธิบายต่อหน้าไป๋หลี่จิ่น นางกัดฟันให้ทุกคนปล่อยข่าวลือออกไปอีกครั้ง โดยปล่อยว่า ชายชู้ผู้นั้นคือเซ่อเจิ้งอ๋อง
ในส่วนที่ไม่พอใจนั้น ก็คงเป็นในเรื่องที่ไป๋หลี่จิ่นยังคงบริสุทธิ์อยู่ บ่าวไพร่ต่างเดินออกไปด้วยความตกใจและเริ่มแพร่กระจายข่าวลืออีกครั้งอย่างสุดความสามารถ
นางเฉียวอยากแอบกระทำบางอย่าง แต่ไม่มีโอกาส
ยามนี้ดึกมากแล้ว แต่การซุบซิบนินทาจะไม่หยุดลงเพียงเพราะว่าดึกแล้ว
เนื่องจากเพราะข่าวลือแพร่ออกมาจากจวนแม่ทัพ ดังนั้นผู้คนในเมืองหลวงต่างเชื่อว่าข่าวลือนี้เป็นความจริง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ข่าวลือก็ได้ปรากฎขึ้นแล้ว
ดั่งข่าวลือมีหูมีตา ลือได้แม้กระทั่งว่า คุณหนูใหญ่ตระกูลซูกับเซ่อเจิ้งอ๋องมีใจให้กันมานานแล้ว หลังจากที่คุณหนูใหญ่ตระกูลซูยกเลิกการหมั้นหมายกับองค์รัชทายาท ทั้งสองจึงเริ่มแสดงความรู้สึกต่อกัน แม้กระทั่งคำสารภาพรักของเซ่อเจิ้งอ๋องยังถูกลือออกมาได้
เป็นเช่นนี้แล้ว นอกจากล้างมลทินให้กับซูหนิงซีเรื่องชายชู้แล้ว เรื่องที่ถูกล้อเลียนเกี่ยวกับการสมรสกับไป๋หลี่เหิงนั้น ยังถูกกำจัดไปหมดสิ้น
ระหว่างแอบนัดพบเซ่อเจิ้งอ๋อง กับแอบนัดพบชายชู้ ช่างแตกต่างกันอะไรเช่นนี้
ทันใดนั้น ผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวงต่างเกิดความบ้าคลั่งอีกครั้ง
ไป๋หลี่จิ่นอายุเข้าใกล้สามสิบแล้ว ยังไม่เคยแต่งพระชายาหรือมีสนมข้างกายเลย
ผู้คนต่างคิดว่าเป็นเพราะเซ่อเจิ้งอ๋องไม่ประสีประสาเรื่องบนเตียง……บ้างก็คิดว่าเป็นชายรักชาย……
แต่เรื่องเหล่านี้ไม่มีผู้ใดกล้านินทาออกไป ได้แต่แอบคิดในใจ
คิดไม่ถึงว่าเหตุผลที่เซ่อเจิ้งอ๋องไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับหญิงใดนั้น ที่จริงแล้วเป็นเพราะว่ามีใจให้คุณหนูใหญ่ตระกูลซูมานานแล้ว หลายปีมานี้จึงรักษาความบริสุทธื์ของตนไว้ เพื่อคุณหนูใหญ่ตระกูลซูนั่นเอง
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือเสียๆหายๆว่าซูหนิงซีไม่รักษาตนให้บริสุทธิ์ดังหยก[3] ข่าวลือเสื่อมเสียมากมายเกี่ยวกับการแอบนัดพบชายชู้ มาบัดนี้กลับกลายเป็นเรื่องราวความรักอันมั่นคงระหว่างเซ่อเจิ้งอ๋องและคุณหนูใหญ่ตระกูลซู
เชิงอรรถ
[1]กินแมลงวันเข้าไปตัวหนึ่ง คำเปรียบเปรยหมายถึงการถูกหลอกให้กินแมลงวันเข้าไปทั้งๆที่รู้ตัว เป็นความรู้สึกทั้งอึดอัดและเสียใจ
[2]ดอกหวงฮวาไฉ่ เป็นดอกไม่ชนิดหนึ่งในตระกูลลิลลี่ ในที่นี้นางเอกเปรียบเปรยตนเองเป็นดอกหวงฮวาไฉ่ หมายความว่าตนเองไม่มีผู้ใดสนใจ ไม่ได้เป็นที่รัก
[3]รักษาตนให้บริสุทธิ์ดั่งหยก สุภาษิตจีน หมายความว่า สตรีต้องรักษาความบริสุทธิ์ของตนให้ขาวสะอาดไร้มลทินดั่งเช่นหยก
“ท่านอ๋องโปรดตรวจสอบ ข้าน้อยถูกใส่ความเจ้าค่ะ !”
ขณะนี้ นางเฉียวไม่กล้ายอมรับความผิด ได้แต่บอกว่าตนถูกใส่ความ
“ถูกใส่ความ?”
ไป๋หลี่จิ่นเงยหน้าขึ้น มองดูเฮยเย่าโยนเยว่หงลงนั้งข้างๆนางเฉียวด้วยท่าทีสั่นกลัว
“แต่สาวใช้ของท่านยอมสารภาพมาหมดเปลือก แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กน้อยที่ท่านสั่ง นางก็ไม่มีปิดบังแม้แต่น้อย”
เฮยเย่าเอ่ยด้วยท่าทีแดกดัน
หน้าของนางเฉียวขาวซีด ซูหงเหว่ยเกิดความกังวล จึงช่วยร้องขอความเมตตาให้นางอีกครั้ง“ท่านอ๋อง ฮูหยินช่างโง่เขลา ทำผิดครั้งใหญ่ ขอท่านอ๋อง……”
“ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าจะลงโทษนางอย่างไร เจ้าจะรีบร้อนไปใย”
ไป๋หลี่จิ่นเหลือบมองซูหงเหว่ย “ยามหนิงซีถูกใส่ร้ายป้ายสี เหตุใดข้าไม่เห็นท่านจะปกป้องนางเยี่ยงนี้”
คำพูดของเขาแสดงออกชัดเจนเป็นอย่างยิ่งว่าต้องการปกป้องและเรียกร้องความยุติธรรมแก่ซูหนิงซี ไป๋หลี่เหิงผู้ที่สมองช้าในที่สุดก็กระจ่าง ดูแล้วเสด็จอาเจ็ดของเขาต้องมีใจให้แก่ซูหนิงซีเป็นแน่
แล้วสรุปนี่มันเรื่องอันใดกัน?
อย่างไรซูหนิงซีก็เป็นคู่หมั้นคู่หมายของเขา ถึงแม้ยามนี้จะยกเลิกเลิกการหมั้นหมายไปแล้ว……แต่ไป๋หลี่จิ่นก็ควรหลีกเลี่ยงมิใช่หรือ?
ในฐานะคู่หมั้นของหลานชาย ถูกกลั่นแกล้งมิได้หรือ?
เรียกหนิงซี ช่างเอ็นดูกันเสียเหลือเกิน
ซูหงเหว่ยหุบปากด้วยความละอายใจ หลังจากนั้นจึงฟังไป๋หลี่จิ่นกล่าวต่อไป“ข่าวลือถูกปล่อยออกมาจากจวนของท่าน ข้าและหนิงซีถูกทำให้แปดเปื้อน ท่านควรรับผิดชอบถึงจะถูกต้องมิใช่หรือ ฮูหยินซู?”
นางเฉียวไม่กล้าแย้งต่อ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงผงกหัวรับ
เมื่อเขาเอ่ยแล้ว นางกล้าที่จะไม่เห็นด้วยอย่างนั้นหรือ?
“ข้าเคยบอกแล้วว่า ข่าวลือที่หลุดออกมานี้ ข้าและซูหนิงซีล้วนเป็นไปตามที่ข่าวลือว่าไว้
ไป๋หลี่จิ่นเอ่ยอย่างช้าๆ
ภายนอกท่าทีดูสงบนิ่ง แต่จริงๆแล้วภายในใจมิได้สงบเช่นนั้น เขาเกรงว่าซูหนิงซีจะปฏิเสธในสิ่งที่เขาพูด หากเป็นเช่นนั้นย่อมเป็นที่น่าอับอายยิ่งนัก
โชคดีที่ซูหนิงซีเพียงเลิกคิ้วขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามนางไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด ไป๋หลี่จิ่นแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกและกล่าวต่อไป “ผู้อื่นอาจจะไม่รู้ว่าผู้ใกล้ชิดหนิงซีผู้นั้นคือข้า เพียงคิดว่าหนิงซีแอบพบชายชู้เท่านั้น ย่อมทำให้ชื่อเสียงของหนิงซีแปดเปื้อน”
“ดังนั้นจึงรบกวนขอให้ฮูหยินซู ชี้แจงเพื่อหนิงซีด้วย”
รบกวนสองพยางค์นี้ถึงกับทำให้นางเฉียวหน้าแดง“ข้า ข้าไม่เข้าใจความหมายของท่านอ๋องเจ้าค่ะ”
ซูหนิงซานเลิกคิ้วขึ้นโดยไม่รู้ตัว นางกลับรู้สึกว่าเหตุใดจึงคล้ายมีอะไรแอบแฝงอยู่ในคำพูดของไป๋หลี่จิ่น
ดูเหมือนไป๋หลี่จิ่นจะไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใด แต่เพราะอารมณ์ที่ยากจะคาดเดาของเขา จึงทำให้ผู้คนล้วนแต่หวาดกลัว
เฮยเย่าขยิบตาพลางกล่าวว่า“ความหมายของท่านอ๋องคือ ให้ฮูหยินซูออกมาอธิบายข่าวลือที่ว่า ชายชู้ของคุณหนูใหญ่ตระกูลซู แท้ที่จริงแล้วคือท่านอ๋องของข้าอย่างไงล่ะ”
ไม่ต้องพูดอันใดมาก วิธีการเช่นนี้ดีที่สุด
เดิมทีนางเฉียวต้องการที่จะทำลายชื่อเสียงของซูหนิงซีอย่างเต็มที่ วันนี้ถึงกับเชิญไป๋หลี่เหิงและซูหงเหว่ยมาเพื่อจับคนทรยศ กลับไม่สามารถทำลายซูหนิงซีด้วยมือของนางได้
และด้วยวิธีการเช่นนี้ แน่นอนว่าสำหรับซูหนิงซีนั้นแอบลำบากอยู่บ้างที่จะยอมรับ
ถึงอย่างไร แม้นางพึ่งยกเลิกการสมรสกับไป๋หลี่เหิง และคนนอกยังคงพูดถึงเรื่องของนาง นางมิใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว เดิมก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ของนางและไป๋หลี่จิ่นค่อนข้างซับซ้อน แต่ก็ใช่ว่าอยู่ดีๆจะรับถึงการมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันรวดเร็วเช่นนี้ได้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
นางไม่รู้ว่า จริงๆแล้วไป๋หลี่จิ่นกำลังคิดอันใดอยู่ ทำเช่นนี้ด้วยมีความจริงใจต่อนาง หรือเพียงเพราะต้องการจัดการกับนางเฉียวและไป๋หลี่เหิงเท่านั้น?
หากให้นางเฉียวลุกขึ้นมาเพื่อชี้แจงถึงความสัมพันธ์ของไป๋หลี่จิ่นและซูหนิงซี นั่นยิ่งทำให้นางเหมือนถูกมีดทิ่มแทง ยิ่งทำให้รู้สึกแย่
“นี่มัน……”
นางเฉียวขมวดคิ้วด้วยความลำบากใจ ไม่ต่างจากกินแมลงวันเข้าไปตัวหนึ่ง[1] นางอยากเอ่ยบางอย่างแต่ไม่กล้า ได้แต่กลืนกินความไม่เต็มใจนี้ หน้าตาบึ้งตึงจ้องมองดูซูหนิงซีมีความสุข
“เฉียวอี๋เหนียงดูจะไม่ค่อยเต็มใจนะเจ้าคะ”
ซูหนิงซีถอนหายใจ “อัย หลังจากท่านแม่จากไป ท่านพ่อก็ไม่ได้สนใจอันใด อี๋เหนียงก็ไม่เอ็นดู ข้าก็ไม่ต่างอะไรกับดอกหวงฮวาไฉ่[2]"
ทันทีที่พูดจบ ไป๋หลี่จิ่นขมวดคิ้วหางตามองไปยังซูหงเหว่ยด้วยความไม่พอใจ และเหลือบไปมองนางด้วยสายตาสงสารจับใจ
ในใจของซูหนิงซีอึดอัดเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องราวระหว่างนางและไป๋หลี่จิ่นก่อนหน้านี้ สายตาพลันเศร้าลงในทันที
ไป๋หลี่จิ่นต้องการที่จะปกป้องนาง
วันนี้นางไม่เหลือผู้ใดแล้ว ถึงแม้ท่านพ่อจะยังอยู่ แต่กลับไม่ทำให้นางรู้สึกถึงความรักแต่อย่างใด
ในเมื่อมีผู้ที่ปกป้องนางอย่างจริงใจ นางจึงไม่คิดที่จะเข้าไปทำให้เสียเรื่อง ได้แต่มีความสุขอยู่ภายใต้ร่มเงานี้
ความรู้สึกของการมีคนหนุนหลังนั้น ช่างสุดยอดมากจริงๆ
ซูหงเหว่ยรู้สึกไม่พอใจไป๋หลี่จิ่นอย่างชัดเจน ทันใดนั้นเขาเงยหัวขึ้น ต่อว่าซูหนิงซี “หนิงซี เจ้ากำลังเอ่ยอันใดอยู่?!”
“แม่ทัพซู”
ไป๋หลี่จิ่นน้ำเสียงเย็นชา “ข้าเอ่ยเมื่อครู่ ท่านน่าจะเข้าใจแล้ว”
“เรื่องในจวนของท่านข้าจะไม่ยุ่ง แต่ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงข้า แน่นอนว่าข้าต้องยุ่งให้ถึงที่สุด!”
“ชายชู้” ไป๋หลี่จิ่นไม่ชอบใจคำนี้เป็นที่สุด
สุดท้าย ภายใต้แรงกดดันของไป๋หลี่จิ่น นางเฉียวเรียกบ่าวในเรือนทั้งหมดออกมา เพื่ออธิบายต่อหน้าไป๋หลี่จิ่น นางกัดฟันให้ทุกคนปล่อยข่าวลือออกไปอีกครั้ง โดยปล่อยว่า ชายชู้ผู้นั้นคือเซ่อเจิ้งอ๋อง
ในส่วนที่ไม่พอใจนั้น ก็คงเป็นในเรื่องที่ไป๋หลี่จิ่นยังคงบริสุทธิ์อยู่ บ่าวไพร่ต่างเดินออกไปด้วยความตกใจและเริ่มแพร่กระจายข่าวลืออีกครั้งอย่างสุดความสามารถ
นางเฉียวอยากแอบกระทำบางอย่าง แต่ไม่มีโอกาส
ยามนี้ดึกมากแล้ว แต่การซุบซิบนินทาจะไม่หยุดลงเพียงเพราะว่าดึกแล้ว
เนื่องจากเพราะข่าวลือแพร่ออกมาจากจวนแม่ทัพ ดังนั้นผู้คนในเมืองหลวงต่างเชื่อว่าข่าวลือนี้เป็นความจริง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ข่าวลือก็ได้ปรากฎขึ้นแล้ว
ดั่งข่าวลือมีหูมีตา ลือได้แม้กระทั่งว่า คุณหนูใหญ่ตระกูลซูกับเซ่อเจิ้งอ๋องมีใจให้กันมานานแล้ว หลังจากที่คุณหนูใหญ่ตระกูลซูยกเลิกการหมั้นหมายกับองค์รัชทายาท ทั้งสองจึงเริ่มแสดงความรู้สึกต่อกัน แม้กระทั่งคำสารภาพรักของเซ่อเจิ้งอ๋องยังถูกลือออกมาได้
เป็นเช่นนี้แล้ว นอกจากล้างมลทินให้กับซูหนิงซีเรื่องชายชู้แล้ว เรื่องที่ถูกล้อเลียนเกี่ยวกับการสมรสกับไป๋หลี่เหิงนั้น ยังถูกกำจัดไปหมดสิ้น
ระหว่างแอบนัดพบเซ่อเจิ้งอ๋อง กับแอบนัดพบชายชู้ ช่างแตกต่างกันอะไรเช่นนี้
ทันใดนั้น ผู้คนทั่วทั้งเมืองหลวงต่างเกิดความบ้าคลั่งอีกครั้ง
ไป๋หลี่จิ่นอายุเข้าใกล้สามสิบแล้ว ยังไม่เคยแต่งพระชายาหรือมีสนมข้างกายเลย
ผู้คนต่างคิดว่าเป็นเพราะเซ่อเจิ้งอ๋องไม่ประสีประสาเรื่องบนเตียง……บ้างก็คิดว่าเป็นชายรักชาย……
แต่เรื่องเหล่านี้ไม่มีผู้ใดกล้านินทาออกไป ได้แต่แอบคิดในใจ
คิดไม่ถึงว่าเหตุผลที่เซ่อเจิ้งอ๋องไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับหญิงใดนั้น ที่จริงแล้วเป็นเพราะว่ามีใจให้คุณหนูใหญ่ตระกูลซูมานานแล้ว หลายปีมานี้จึงรักษาความบริสุทธื์ของตนไว้ เพื่อคุณหนูใหญ่ตระกูลซูนั่นเอง
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือเสียๆหายๆว่าซูหนิงซีไม่รักษาตนให้บริสุทธิ์ดังหยก[3] ข่าวลือเสื่อมเสียมากมายเกี่ยวกับการแอบนัดพบชายชู้ มาบัดนี้กลับกลายเป็นเรื่องราวความรักอันมั่นคงระหว่างเซ่อเจิ้งอ๋องและคุณหนูใหญ่ตระกูลซู
เชิงอรรถ
[1]กินแมลงวันเข้าไปตัวหนึ่ง คำเปรียบเปรยหมายถึงการถูกหลอกให้กินแมลงวันเข้าไปทั้งๆที่รู้ตัว เป็นความรู้สึกทั้งอึดอัดและเสียใจ
[2]ดอกหวงฮวาไฉ่ เป็นดอกไม่ชนิดหนึ่งในตระกูลลิลลี่ ในที่นี้นางเอกเปรียบเปรยตนเองเป็นดอกหวงฮวาไฉ่ หมายความว่าตนเองไม่มีผู้ใดสนใจ ไม่ได้เป็นที่รัก
[3]รักษาตนให้บริสุทธิ์ดั่งหยก สุภาษิตจีน หมายความว่า สตรีต้องรักษาความบริสุทธิ์ของตนให้ขาวสะอาดไร้มลทินดั่งเช่นหยก
HELLOTOOL SDN BHD © 2020 www.webreadapp.com All rights reserved