บทที่ 18 : ป่าปี้ไปไหนแล้ว

เมื่อกลับมาถึงบ้าน กลุ่นกลิ่นอันหอมหวนของอาหารก็ลอยมา แถมในบ้านยังมีเสียงเพลงคลออยู่ด้วย : ป่าปี้ ป่าปี้จะร้องเพลงดาวดวงน้อยเป็นมั้ยนะ ? คงไม่มั้ง......

"หม่ามี้ของหนูกลับมาแล้ว หนูคิดถึงหม่ามี้ที่สุดเลยค่ะ" เค่อหลานวิ่งออกมาพร้อมกับใช้มือมันๆของตัวเอง

เมื่อสักครู่เค่อหลานนั่งกินเฟรนช์ฟรายด์ที่ลั่วหลิงทอดให้อยู่ในห้องนั่งเล่น พร้อมกับดูรายการ<คุณพ่อไปไหนแล้ว>

ของเล่นที่เด็กๆเล่นกระจัดกระจายเต็มห้องนั่งเล่นไปหมด

ถังซินเหยามองดูเสื้อผ้าที่ไส่ไปไม่กี่ครั้งที่มีรอยฝ่ามือของลูกกับของเล่นที่กระจัดกระจายเต็มไปด้วยของเล่น เธอมองไปที่เค่อหลานด้วยสีหน้าที่จริงจัง "เค่อหลาน หนูทำอะไรลงไปคะเนี่ย?"

เค่อหลานมองดูรอยมือของตัวเองที่อยู่บนเสื้อผ้า สีหน้ารู้สึกผิดนั้นแสดงรอยยิ้มที่น่ารักออกมาทันทีพร้อมกับกล่าวว่า "หม่ามี้คะ เมื่อไหร่ป่าปี้จะกลับมาจากดาวอังคารหรอคะ ? หนูอยากไปร่วมรายการ<คุณพ่อไปไหนแล้ว>กับเขาบ้าง ! "

ถังซินเหยาแทบจะสำลักน้ำลายของเธอเลยทีเดียว

"อ่า......" ถังซินเหยามีความรู้สึกขึ้นทันใด เธอกล่าว"เอ่อ........ป่าปี้ยังกำจัดสัตว์ประหลาดบนดาวอังคารไม่ได้เลย รอป่าปี้จัดการมันหมดแล้วหม่ามี้จะให้ป่าปี้พาหนูไปนะคะ...."

"หรือว่าเราลองไปหาดูดีมั้ยคะ ว่ามีรายการ<คุณแม่ไปไหนแล้ว>มั้ย ? หม่ามี้จะได้พาหนูแล้วก็ลั่วหลิงไปเข้าร่วมรายการ <หม่ามี้ไปไหนแล้ว> ด้วยกัน แบบนี้ก็สนุกนะคะ"

"โอเคค่ะ" เค่อหลานผิดหวังเล็กน้อย

เมื่อเธอเห็นใบหน้าเล็กที่เศร้าหมองของเค่อหลาน ใจของเธอก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา

"เดี๋ยวหนูไปดูก่อนนะคะว่าพี่ทำอาหารเสร็จรึยัง หนูจะไปช่วย ! " เค่อหลานหอมแก้มถังซินเหยาผู้เป็นแม่พร้อมกับคาบน้ำมันจากปากลูกสาวที่ติดอยู่บนใบหน้าของเธอ จากนั้นเค่อหลานก็วิ่งไปด้วยขาตุ้ยนุ้ยของเธอออกไป

เมื่อถึงห้องครัว เค่อหลานกระพริบตาหยุบๆต่อลั่วหลิง "เกือบไปแล้วเชียว ตะกี้เกือบทำให้หม่ามี้โกรธไปแล้ว"

"หลานหลานอยากเจอคุณพ่อมั้ย?" ลั่วหลิงหรี่ไฟลงก่อนจะหันหลังไปถามเค่อหลาน

"ไม่ใช่คุณพ่อซะหน่อย ป่าปี้ต่างหากล่ะ ในทีวีเขาเรียกอย่างงี้กันหมด" เค่อหลานแก้คำด้วยสีหน้าจริงจัง "ถามอีกครั้งนึงสิ"

ลั่วหลิงลูบหน้าของเค่อหลานด้วยความตามใจพร้อมกับน้ำมันที่ติดมือของตนนั้นถูไปบนหัวของเค่อหลานไปด้วย ลั่วหลิงกล่าว "เค่อหลานอยากเจอป่าปี้มั้ย?"

"อยากสิ" เค่อหลานพยักหน้าขึ้นลง

"'งั้นก็ต้องเป็นเด็กดีเชื่อฟังพี่นะ แล้วพี่จะพาไปหา......ป่าปี้"

"ค่ะ"

"แต่ตอนนี้ไปเก็บของเล่นให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นก็มาช่วยพี่ยกอาหารออกไปที่ห้องอาหารนะ ทำได้มั้ย?"

"ได้อยู่แล้วค่ะ ก็หนูเป็นต้าเค่อหลานนี่นา"

เค่อหลานรีบออกไปอย่างรวดเร็วและเก็บของเล่นของตัวเองทั้งหมด จากนั้นก็มาช่วยพี่ชายกอาหารไปที่ห้องอาหาร เค่อหลานไปห้องน้ำเพื่อล้างมือจากนั้นก็กลับมานั่งเหยียดตัวตรงที่โต๊ะอาหารเพื่อเตรียมตัวทานอาหาร

เมื่อถังซินเหยาอาบน้ำเสร็จก็ทานข้าวกันได้แล้ว

หลัวเหยียนฉีพาศิลปินในสังกัดของเขาไปต่างจังหวัด จึงมีแค่ถังซินเหยาและลูกทั้งสองของเธอที่อยู่บ้านด้วยกัน

หลังจากที่รบประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว ถังซินเหยาก้เอาแต่มองลั่วหลิงและเค่อหลานลูกของเธอ

ลูกๆของเธอกับเยี่ยจิงเฉินนั้นเหมือนกันมากจริงๆ ในอนาคตลั่วหลิงก็คงจะไม่มีมิตรสหายเหมือนกับเยี่ยจิงเฉินพ่อของเขา ส่วนลั่วหลิงก็คงจะสวยจนน่าอิจฉาเหมือนเธอ

ครอบครัวของพวกเขาคงเย็นชากันจนไม่มีมิตรสหายเพื่อนบ้านเลยเชียวล่ะ

"หม่ามี๊คะ วันนี้หม่ามี้ไปเจอคนแบบไหนมาหรอคะ? ทำเอาถึงเอาแต่มองหนูกับหลานหลานล่ะคะ" ลั่วหลิงถามด้วยสีหน้านิ่งๆ

ถังซินเหยาถึงกับประหลาดใจ

นี่เธอยังไม่ได้พูดอะไรไปเลยนะ สาบานได้เลย

"ไม่......ไม่นี่คะ" ถังซินเหยาก้มหน้าลงพร้อมกับคีบลูกชิ้นเข้าปาก

"หม่ามี้ครับ วันนี้หม่ามี้ไปเจอใครมาหรอ?" เค่อหลานกลืนเนื้อปลาเข้าไปพร้อมกับกับถามถังซินเหยาผู้เป็นแม่ด้วยสายตาน่ารักน่าชัง

ถังซินเหยาคีบแครอทพร้อมกับป้อนเข้าปากเค่อหลานคนเป็นลูกพร้อมกับพูดว่า "ห้ามคุยในเวลากินข้าวนะคะลูก"

เค่อหลานแทบจะร้องไห้กับแครอทที่เคี้ยวอยู่ในตอนนี้......รสชาติแครอทนี้โคตรไม่อร่อยเลย แม่เลี้ยงพูดถูกเผงเลยว่าผมน่ะไร้ประโยชน์จริงๆ

........

ถังซินเหยาไปบริษัทเยี่ยหวงแค่เพียงครั้งเดียวก็ประสบความสำเร็จกับการทำธุรกิจกับเยี่ยหวงเสียแล้ว อีกทั้งยังเซ็นต์สัญญาในวันเดียวกันอีกด้วย ทำให้เธอเป็นจุดโฟกัสของบริษัทอีกครั้ง

ไม่ว่าคนที่บริษัทจะพูดถึงเธอไปในทางไหน แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าเธอพวกเขาก็ต้องแสดงความยินดีกับเธออยู่ดี

ถึงแม้ว่างานในบริษัทจะยุ่ง แต่การทำหลายๆงานก็ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จอย่างหนึ่ง ไม่มีใครจงใจทำให้ลำบากเสียหน่อย

บางทีที่ได้ยินใครพูดในห้องน้ำว่าเธอใช้วิธีที่น่าอับอายเพื่อได้โอกาสนั้นๆมา ฉันเองก็รู้สึกอยู่นะ ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าที่เขาแสดงกันในละครเลยล่ะเมื่อเทียบกัน

"คุณซินเหยาครับ ออกไปทานข้าวด้วยกันมั้ย"คำพูดฟางซวี่เจ๋อเมื่อเที่ยงที่ชวนเธอไปทานข้าว

ถังซินเหยากัดปากกาพร้อมกับมองรูปงานออกแบบที่ออกแบบไปได้กว่าครึ่งแล้ว คิ้วสวยๆของเธอก็ยู่ลงเล็กน้อย

"คงไม่ได้ค่ะ ฉันยังมีงานที่ต้องจัดการอยู่"

ถ้าเป็นเยี่ยจิงเฉินล่ะก็คงจะเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ เขาโหดขนาดนั้น แค่เวลาจะทานข้าวด้วยกันยังแทบจะเจียดออกมาไม่ได้เลย

"ถึงแม้จะยุ่งอยู่แต่ก็ต้องกินข้าวนะครับ รักษาน้ำใจผมหน่อยสิครับ คงเป็นเกียรติมากครับหากผมได้เลี้ยงสาวสวยอย่างคุณไปร่วมโต๊ะทานข้าวกับผม "

ถังซินเหยาเบิกตาโต จะเลี้ยงข้าวงั้นหรอ?

"ก็ได้ค่ะ" ถังซินเหยายินยอมด้วยความ 'ไม่เต็มใจ'

เห้อ เธอนี่มันคนใจดีที่ปฏิเสธคนอื่นไม่ลงจริงๆเลยนะ ของฟรีทั้งทีคนโง่เท่านั้นแหละที่จะไม่เอา !

Unduh App untuk lanjut membaca

Daftar Isi

1